ทำไมรถยนต์สตาร์ทไม่ติด? ทำไมแบตเตอรี่หมดไฟ? รวมถึงทางออกของปัญหานี้

 

ทำไมรถยนต์สตาร์ทไม่ติด

รถยนต์สตาร์ทไม่ติด มาได้จากหลายสาเหตุ แต่เหตุผลหลักคือ แบตเตอรี่เสื่อมหรือมีแรงดันและค่า CCA ไม่พอที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ ซึ่งการสตาร์ทรถยนต์นั้นใช้แรงดันไฟสูงมากเป็นระยะเวลาสั้นๆ ตามที่เคยเกริ่นไว้ใน หลักการทำงานของแบตเตอรี่

 

ทำไมแบตเตอรี่หมดไฟหรือเสื่อมสภาพ

อายุการใช้งานแบตเตอรี่เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของแบตเตอรี่สภาพภูมิอากาศ (ความร้อนทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว) รวมถึงความถี่และระยะทางที่รถยนต์ถูกใช้งาน

สรุปหลักการทำงานเบื้องต้นของแบตเตอรี่ (สามารถดูหลักการทำงานโดยละเอียดตามลิ้งนี้):

แบตเตอรี่ผลิตกระแสไฟฟ้าผ่านปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้า ในแบตเตอรี่รถยนต์ส่วนใหญ่กระแสไฟฟ้าจะผลิตจากอิเล็กตรอนที่ไหลจากขั้วบวกตะกั่วออกไซด์ไปสู่ขั้วลบ ผ่านสารละลายกรดซัลฟิวริก

ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นช้าลงเมื่อแบตเตอรี่ไม่ได้ถูกใช้งาน (หรือรถยนต์ไม่ได้ถูกใช้งาน) ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

ถ้าแบตเตอรี่นั้นเชื่อมต่อกับรถยนต์ (ซึ่งรถส่วนใหญ่ที่จอดทิ้งไว้ ก็ไม่ได้ถอดขั้วแบตเตอรี่ไว้) จะทำให้การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เร็วขึ้น เนื่องจากรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นั้น ยังคงมีอุปกรณ์ไฟฟ้าบางตัวที่ใช้พลังงานอยู่ เช่น สัญญาณกันขโมย ระบบสมองกลในรถยนต์ เครื่องสียง แม้กระทั่งความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง (Memory for seat position)

แต่เมื่อมีกระแสไฟฟ้าเข้าไปชาร์จกับแบตเตอรี่แล้ว แบตเตอรี่ก็สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้อีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่ไดชาร์จหรือเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ทำ  แต่ถ้าแบตเตอรี่ไม่ได้รับการชาร์จเป็นเวลานาน อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดาแนะนำคือ ใช้งานรถยนต์อย่างน้อย 10 กิโลเมตร และใช้งานอย่างน้อยทุก 3-4 วัน เพื่อรักษาระดับสุขภาพของแบตเตอรี่เอาไว้ แต่ในกรณี่ที่ติดเครื่องยนต์และจอดไว้ เพื่อให้ไดชาร์จทำงานนั้น การทำงานของเครื่องยนต์ 15 นาที ไดชาร์จสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 3-4 แอมป์เท่านั้น เมื่อเทียบกับขนาดของแบตเตอรี่ในปัจจุบันที่มีตั้งแต่ 40 – 100 แอมป์ การติดเครื่องยนต์และจอดทิ้งไว้ จึงเป็นเรื่องที่สูญเสียพลังงานด้านน้ำมันมาก แต่ได้การชาร์จไฟจำนวนไม่มาก

ถึงแม้ว่าจะมีการขับทุกวัน แต่ถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ แบตเตอรี่ก็ไม่มีทางถูกชาร์จได้เต็ม

 

ทางออกของปัญหานี้

ทางออกของปัญหานี้ คือ ถ้าท่านรู้ว่าต้องจอดรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ เป็นเวลานาน สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ ถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออกจากแบตเตอรี่ หรือใช้เครื่องชาร์จไฟอัจฉริยะชาร์จแบตเตอรี่เอาไว้ การถอดขั้วแบตเตอรี่ออกก็มีข้อเสียต่างๆ คือ ความจำต่างๆในเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถยนต์จะหายไป เช่น ช่องรายการวิทยุ ความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง

เครื่องชาร์จไฟอัจฉริยะ แตกต่างจากเครื่องชาร์จไฟทั่วๆ ไปซึ่งอาจจะเกิดการชาร์จไฟเกิน (Overcharged)  เครื่องชาร์จไฟอัจฉริยะจะค่อยชาร์จไฟทีละน้อย และควบคุมการทำงานด้วยระบบไมโครโพรเซสเซอร์ ที่มีชุดคำสั่งในการทำการชาร์จแบบต่างๆ ซึ่งจะควบคุมแรงดันไฟฟ้าและกระแส ซึ่งจะไม่เท่ากันตลอดการชาร์จไฟ เพื่อให้เหมาะกับแบตเตอรี่ลูกนั้นๆ

เครื่องชาร์จประเภทนี้สามารถเสียบไว้กับแบตเตอรี่ได้เป็นระยะเวลานาน แต่ถ้าไม่อยากเสียบไว้เป็นเวลานาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เสียบไว้ 3-4 ชั่วโมง ทุก 15 วันแทน